Search

เฟิน จะเลี้ยงเฟินต้องเข้าใจเฟิน


สีเขียวของเฟินเป็นเสมือนตัวแทนความชอุ่มชุ่มชื้นของผืนป่า ในสวนหย่อมกลางเมือง ในสวนหน้าระเบียงแคบ ๆ ของคอนโดฯ น้ำตกจำลองที่ชุ่มชื่นไปด้วยสายน้ำ และสีเขียวชื่นตาของไม้ประดับ จึงมักมีสีเขียวของเฟินปรากฏร่วมอยู่เสมอ สีเขียวหลากเฉด รวมทั้งรูปใบที่แตกต่างหลากหลายของเฟิน เป็นเสน่ห์ที่หาได้ยากในพันธุ์ไม้อื่น เฟินเป็นเสมือนตัวแทนประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ ยาวนานหลายร้อยล้านปี ก่อนหน้าที่โลกของเราจะมีไดโนเสาร์เสียอีก ปัจจุบันเราสามารถพบเห็นเฟินโบราณนี้ได้ในป่า บางชนิดแทบจะไม่มีการมีวิวัฒนาการเลย ทำให้มันมีรูปร่างหน้าตาแทบจะไม่แตกต่างจากซากบรรพบุรุษของมันที่เราขุดพบในชั้นหินเลย จึงถือได้ว่าพวกมันเป็นฟอสซิลที่มีชีวิต (living fossil) ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในยุคปัจจุบัน


แบบไหนถึงเรีบกว่า เฟิน-fern

หลักง่าย ๆ ประการแรกที่ใช้สังเกตก็คือ ยอดอ่อน เฟินส่วนใหญ่จะมียอดอ่อนที่ม้วนงอ ซึ่งเราเรียกว่า Crozier หรือ Fiddlehead ที่ต้องใช้คำว่าส่วนใหญ่ก็เพราะ เฟินบางชนิดมียอดอ่อนที่ไม่ม้วนงอ หรือม้วนงอไม่ชัดเจน เช่น เฟินในวงศ์ตีนมือนกเขา (Ophioglossaceae) ดอกก็เป็นข้อสังเกตหนึ่งที่สำคัญ เพราะเฟินทุกชนิดเป็นพืชไร้ดอก พืชใดก็ตามที่มีดอกแม้ว่ามันจะมีใบที่คล้ายเฟินเพียงไร มันก็ไม่ใช่เฟิน

ธรรมชาติได้สรรค์สร้างให้เฟินมีสิ่งพิเศษที่เรียกว่า สปอร์ (spore) เพื่อใช้ในการขยายพันธุ์ เจ้าสปอร์ที่ว่านี่มีขนาดเล็กมาก จนแทบจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า พวกมันจะเกิดรวมกันอยู่ในถุงขนาดเล็ก ที่เราเรียกว่า อับสปอร์ (sporangium) ซึ่งมีขนาดไม่แตกต่างไปจากฝุ่นผงสักเท่าไร อับสปอร์นี้จะอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ๆ บริเวณใต้ใบเรียกว่า กลุ่มอับสปอร์ (sorus) โดยการรวมกลุ่มของมันอาจมีรูปร่างต่าง ๆ กันไป เช่น รูปกลม รูปรี เป็นเส้นยาว ฯลฯ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิด และประเภทของเฟิน กลุ่มอับสปอร์นี้เอง ที่เราสามารถเห็นได้ชัดด้วยตาเปล่า เมื่อพลิกดูด้านใต้ของใบเฟิน และเป็นจุดสังเกตอีกประการหนึ่งของเฟิน แต่ในบางครั้ง เราอาจจะไม่เห็นกลุ่มอับสปอร์ที่ว่า หากเฟินดังกล่าวยังโตไม่เต็มที่หรืออยู่ในฤดูกาลที่ไม่เหมาะสม


วงจรชีวิตของเฟิน

ฟินมีวัฏจักรชีวิตแบบสลับ (alternation of generation) ประกอบด้วยระยะที่เป็น heploid plant มีโครโมโซมหนึ่งชุด (n) เรียก sexual generation (gametophyte) สลับกับระยะที่เป็น diploid plant มีโครโมโซมสองชุด (2n) เรียก non-sexual generation (sporophyte)

เมื่อต้นสปอโรไฟต์ (ต้นเฟินที่เราเห็นทั่วไป) เจริญเติบโตเต็มที่ จะสร้างสปอร์เพื่อใช้ในการสืบพันธุ์ สปอร์ดังกล่าวบรรจุอยู่ในอับสปอร์ (sporangium) และรวมกลุ่มอยู่ใต้ใบ เมื่อสปอร์แก่ อับสปอร์จะแตกออก ปล่อยสปอร์หลุดร่วงปลิวไปตามลมหรือน้ำ หากไปตกในที่ที่เหมาะสม สปอร์จะงอกเป็นเส้นสาย (filament) แล้วแบ่งเซลล์พัฒนาจนเป็นแผ่นบาง ๆ เรียกว่า โปรแทลลัส (prothallus) ต่อมาโปรแทลลัสนี้จะสร้างอวัยวะสืบพันธุ์เพศเมีย (archegonium) ซึ่งมีเซลล์สืบพันธุ์เพศเมียคือไข่ (egg) อยู่ภายใน และอวัยวะสืบพันธุ์เพศผู้ (antheridium) ซึ่งภายในมีเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้คือสเปิร์ม (sperm)

เมื่อมีความชื้นเหมาะสม สเปิร์มจะถูกปล่อยให้ว่ายน้ำไปผสมกับไข่ ได้เซลล์ที่มีโครโมโซม สองชุด (2n) เรียกว่า ไซโกต (zygote) จากนั้นมันจะเริ่มพัฒนาตัวเป็นต้นอ่อน (embryo) โดยการสร้างใบจริงให้เห็น กระทั่งโตเป็นต้นสปอโรไฟต์ในที่สุด

จะเห็นได้ว่า ช่วงตั้งแต่สปอร์เริ่มงอกจนถึงระยะต้นอ่อนนั้น เฟินมีความอ่อนแอและเปราะบางมากต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม สิ่งที่มันขาดไม่ได้ในช่วงเวลาดังกล่าวคือน้ำและความชื้น


อ้างอิง - ปิยเกษตร สุขสถาน -โลกของเฟิน-

นิตยสารสารคดี Feature Magazine

ฉบับที่ ๑๙๔ เดือน เมษายน ๒๕๔๔




20 views0 comments